อภิสิทธิ์ จี้ให้ความเป็นธรรมกับผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูก ม.44 ปลด

พรรคประชาธิปัตย์ 14 พ.ย.- “อภิสิทธิ์” ห่วงเลือกตั้งท้องถิ่น แนะรัฐบาลเขียนกติกาให้ชัดก่อนประกาศเลือกตั้งท้องถิ่น จี้ให้ความเป็นธรรมกับผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูกม.44 ปลด แนะรัฐบาลหารือ กกต.เพื่อทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า เนื่องจากรัฐบาลระงับการเลือกตั้งท้องถิ่นมา

ถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 4 ปี เพราะฉะนั้นท้องถิ่นก็ครบวาระกันหมดแล้ว ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะรักษาการ การกลับเข้าสู่ภาวะปกติให้มีการเลือกตั้ง จะเป็นเรื่องที่ดี แต่มีปัญหาอยู่ 2 – 3 ประการ ที่ต้องทำให้ชัดเจน คือ 1. ถ้าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น หลายท้องถิ่นพรรคการเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองด้วยในการเสนอตัวไปทำงานในระดับท้องถิ่น จะมีปัญหาว่า ตกลงแล้วพรรคการเมืองจะเคลื่อนไหวได้หรือไม่ในระหว่างที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ถ้าเคลื่อนไหวไม่ได้ ก็จะเป็นคำถามว่าแล้วจะสามารถทำให้กลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างที่มันควรจะเป็นได้หรือไม่อย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 2. ยังมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น ส่วนหนึ่งเพื่อให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ แต่อีกส่วนหนึ่งคือทางรัฐบาลก็พูดถึงการปฏิรูปท้องถิ่น ถ้าการปฏิรูปท้องถิ่นนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของท้องถิ่น ดังนั้นการจะเลือกตั้งภายใต้โครงสร้างเก่า แก้กฎหมายแล้วเปลี่ยนโครงสร้าง มันก็จะต้องไปเลือกตั้งใหม่ ทำให้ดูสวนทางกันอยู่ว่า ตกลงจะทำอะไรอย่างไรกันก่อน

3. จากการที่มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งส่งผลกระทบกับผู้บริหาร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นในหลายพื้นที่ โดยที่ไม่ทราบข้อกล่าวหาที่ชัดเจน ไม่ทราบกระบวนการว่าจะตรวจสอบอย่างไร ดังนั้นจึงควรให้ความเป็นธรรมกับบุคคลเหล่านั้นว่าตกลงสถานะเขาคืออะไร เมื่อเขาถูกกล่าวหา มีการตรวจสอบแล้ว และในบางพื้นที่มีความรู้สึกว่าเขายังไม่มีโอกาสที่จะได้รับรู้รับทราบเลยว่าข้อกล่าวหาเขาคืออะไร จะชี้แจงที่ไหน หรือบางพื้นที่ที่บอกว่ามีการตรวจสอบเขา แล้วไปแขวนเขา เขาบอกว่าตรวจสอบเสร็จแล้ว แล้วเขาไม่ผิด ก็ยังไม่มีการปลดจากคำสั่งนี้ ก็จะส่งผลต่อความเป็นธรรม การได้เปรียบเสียเปรียบ ควรจะต้องสะสางตรงนี้ด้วย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรจะต้องหารือกับ กกต. เพราะ กกต. อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากชุดปัจจุบันมาเป็นชุดใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นภาระของ กกต. ในปีหน้านี้ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องท้องถิ่นก็มีมหาศาล เพราะจะต้องเข้ามาช่วยดูแลเรื่องของการที่พรรคการเมืองปรับตัวเข้ากับกฎหมายใหม่ รวมไปจนถึงการที่พรรคการเมืองจะต้องไปจัดทำไพรมารี่ รวมไปจนถึงการที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเราต้องการให้การเลือกตั้งนี้มีความสุจริต เที่ยงธรรม กกต. ก็ต้องมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ถ้าเพิ่มภาระของการดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งประเทศเข้าไปอีก ดังนั้นก็ต้องพิจารณา จัดลำดับความสำคัญให้ดี

“เราต้องการการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นรัฐบาลซึ่งอยากจะมาปฏิรูปการเมืองจะต้องใส่ใจกับตรงนี้ มากกว่ากระแสการเมือง ดูซิว่าจะทำอย่างไรให้ กกต. ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้ก็คือยังไม่ได้มีการหารือกับ กกต. เลย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุประชาชนที่มาตอบคำถาม 6 ข้อของนายกรัฐมนตรี มาโดยสมัครใจ มหาดไทยไม่มีนโยบายอำนวยความสะดวกให้ ว่า ตนเพียงแต่เล่าให้ฟังว่า มีพวกผู้นำชุมชน และแวดวงของราชการที่พูดมา และในไลน์ก็มีการบอกกันว่าให้ไป อย่างเช่นประธานชุมชนไปไม่ได้ให้มอบหมายตัวแทนอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าไม่ใช่นโยบายของมหาดไทย ก็ขอให้มหาดไทยพูดให้ชัดว่าอย่าทำอย่างนี้ เพราะการตั้งคำถาม และการใช้กลไกแบบนี้ ก็ไม่เป็นการสำรวจความคิดเห็นแบบวิทยาศาสตร์

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.